<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205</id><updated>2012-02-16T02:58:56.460-08:00</updated><category term='พระแม่อุมาเทวี'/><title type='text'>พระแม่อุมาเทวี</title><subtitle type='html'>เทวีแห่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://paravatee.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>8</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205.post-3607929850835841290</id><published>2010-09-20T20:05:00.000-07:00</published><updated>2011-07-18T00:34:37.787-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พระแม่อุมาเทวี'/><title type='text'>พระแม่อุมาเทวี  เทวีแห่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;span class="unnamed3"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;img style="cursor: -moz-zoom-out;" alt="http://file.siam2web.com/paramatee/20101023_45871.jpg" src="http://file.siam2web.com/paramatee/20101023_45871.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;พระอุมาเทวี&lt;/b&gt; (เทวนาครี) หรือพระศรีมหาอุมา หรือ &lt;b&gt;ปาร วตี&lt;/b&gt; เป็นธิดาของท้าวหิมวัตและพระนางเมนกา พระอุมาเป็นชายาขององค์&lt;span class="mw-redirect"&gt;พระศิวะ&lt;/span&gt;บรมเทพแห่งสวรรค์  มีพระโอรส 2 พระองค์ คือ &lt;span class="mw-redirect"&gt;พระบรมเทพขันทกุมาร&lt;/span&gt;  ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการสงคราม และ &lt;a href="http://balganeshsiam.blogspot.com/" title="พระบรมเทพศรีมหาคเนศ" class="mw-redirect"&gt;พระบรมเทพศรีมหาคเนศ&lt;/a&gt;  ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการขจัดอุปสรรคทั้งมวล  พระอุมานั้นทรงมีหลายปางด้วยกันแต่ปางที่เป็นที่รู้จักมากคือ&lt;/p&gt; &lt;ol&gt;&lt;li&gt;ปาง&lt;a href="http://pramaekali.blogspot.com/2011/04/kali-1-2-3-ref-dancing-world-soul-kali.html" title="พระแม่กาลี" class="mw-redirect"&gt;พระแม่กาลี&lt;/a&gt;  (พะนางกรีกกาลราตรี) โดยมีลักษณะดังนี้ มี 10 พระกร ถืออาวุธครบมือ  แลบลิ้นยาวถึงทรวงอก เครื่องประดับเป็นหัวกระโหลก  สังวาลเป็นงูมีลักษณะดุร้าย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span class="mw-redirect"&gt;พระศรีมหาทุรคาเทวี&lt;/span&gt;โดย มีลักษณะดังนี้ มี 8 ถึง 12 พระกร ลักษณะดุทรงเสื้อ  เทศกาลที่มีการบูชาพะอุมาคือเทศกาลนวราตรีคุเซราห์&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt; &lt;p&gt;บางตำนานกล่าวว่า พระอุมา เดิมกำเนิดในร่างมนุษย์ นามว่า &lt;b&gt;สตี&lt;/b&gt;  เป็นธิดาของ&lt;span class="new"&gt;พระทักษะประชาบดี&lt;/span&gt;  มีพระขนิษฐาพระนามว่า&lt;span class="mw-redirect"&gt;พระคงคา&lt;/span&gt; ได้เป็นชายาของพระศิวะ  ที่ทรงอวตารลงมาในภาคของมุนีภพ ไว้ผมหนวดเครารุงรัง  นำกระดูกมาร้อยเป็นสังวาลสวมคอ นอนตามป่าช้า มีกลิ่นตัวเหม็นสาบ  เป็นที่รังเกียจของพระทักษะ แต่ด้วยบารมีของพระนางสตี  จึงมองเห็นรูปกายที่แท้จริงว่าพระมุนีองค์นี้  ว่าเป็นภาคหนึ่งขององค์พระศิวะ &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ด้วยความรังเกียจ พระทักษะประชาบดี  จึงได้ลบหลู่เกียรติของพระศิวะในงานพิธี  พระนางสตีจึงทรงเข้าตบะเพื่อขับเพลิงออกมาจากร่าง เพื่อสังหารพระองค์เอง  (บางตำรากล่าวว่า พระนางกระโดดเข้ากองไฟ) ด้วยความพิโรธ  พระศิวะทรงส่งอสูรชื่อ วีรภัทร ไปทำลายงานพิธี และตัดศีรษะพระทักษะประชาบดี  ต่อคืนด้วยหัวแพะที่ใช้บูชายัญในพิธีนั้น  พระศิวะทรงเศร้าโศกเสียใจด้วยความรักที่มีต่อพระนางสตี  จึงทรงทรงพาร่างของพระนางสตีออกไปจนสุดจักรวาล  และบำเพ็ญพรตบารมีอยู่เป็นเวลานาน  ต่อมาพระนางได้กลับมาเกิดเป็นธิดาของท้าวหิมวัตและพระนางเมนกา  และเป็นชายาของพระศิวะอีกครั้ง ในร่างของพระอุมาเมวี (&lt;span class="mw-redirect"&gt;ปารวตี&lt;/span&gt;) &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ชาวอินเดียที่นับถือพระศิวะ และพระอุมา มีพิธีกรรมที่เรียกว่า &lt;span class="new"&gt;สตี&lt;/span&gt;  เมื่อสามีเสียชีวิต ภรรยาจะฆ่าตัวตายตามโดยกระโดดเข้ากองไฟ  เพื่อบูชาความรักและการเสียสละของพระนางสตี ที่มีต่อพระศิวะ  ในบางครั้งภรรยาของผู้ตายไม่ยินยอมเข้าพิธีสตี ก็ยังถูกญาติพี่น้องของสามี  บังคับให้เผาตัวตายตาม  พิธีบูชายัญนี้ถูกระงับไปเมื่ออินเดียตกอยู่ในการปกครองของอังกฤษ ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18&lt;/p&gt;&lt;span class="unnamed3"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket15.jpg" alt="รูปบูชาพระแม่อุมา แบบมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป" height="461" width="336" /&gt;&lt;br /&gt;                 &lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;พระแม่อุมาเทวี เทพแห่งชัยชนะ&lt;br /&gt;                  ชายาแห่งพระศิวะ มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;                                                  &lt;p class="middledetails"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;พระแม่อุมาเทวี...                             เจ้าแม่อุมา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;  หรือ                            &lt;strong&gt;ปารวตี &lt;/strong&gt;คือพระนามแห่งพระ แม่ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล                             เป็นเทวีแห่งอำนาจวาสนาและบารมีอันสูงสุด พระองค์ทรงประทานยศถาบรรดาศักดิ์                              และความเป็นใหญ่แก่ผู้หมั่นบูชาต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอ..!!!&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;                          &lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำนาจแห่งพระแม่อุมานั้น  ยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเทียบได&lt;/strong&gt;้                             พระองค์ทรงประทานชัยชนะเหนือศัตรู ประทานกำลังวังชาแห่งอิสตรี                             ทำลายสิ่งชั่วช้า ตลอดจนประทานบริวารและอำนาจในการปกครอง                             พระองค์ยังทรงประทานพรด้านความสมบูรณ์  ความอิ่มเอม ความผาสุขในการครองเรือน                             ครอบครัวที่เปี่ยมสุข  ตลอดจนการคุ้มครองผู้ศรัทธาให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง&lt;br /&gt;            &lt;br /&gt;                   &lt;strong&gt;พระแม่อุมา&lt;/strong&gt;  ทรงเป็นมารดาแห่ง &lt;a href="http://balganeshsiam.blogspot.com/2000/12/blog-post.html"&gt;&lt;strong&gt;พระพิฆเนศ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;...                            เป็นชายาแห่ง &lt;strong&gt;พระ ศิวะ&lt;/strong&gt; มหาเทพผู้ทำลายโลก                            1 ใน 3 แห่ง &lt;strong&gt;พระ ตรีมูรติ &lt;/strong&gt;พระแม่อุมาจึงเป็น                            &lt;strong&gt;1  ใน 3 แห่งพระตรีศักติ &lt;/strong&gt;ด้วย (&lt;strong&gt;ตรีศักติ                             &lt;/strong&gt;หมายถึง &lt;strong&gt;พระแม่ทั้งสาม&lt;/strong&gt; ได้แก่                             &lt;strong&gt;พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พระแม่สรัสวตี&lt;/strong&gt;)                             พระองค์มีวิมานสถิต ณ&lt;strong&gt; เขาไกรลาส &lt;/strong&gt;เช่น เดียวกับพระศิวะเทพ                            มีสัญลักษณ์ประจำพระองค์คือ  &lt;strong&gt;โยนี &lt;/strong&gt;(ฐานรองศิวลึงก์)                             มีทิพยรูปเป็นหญิงที่งดงาม เปี่ยมไปด้วยความเมตตา  เป็นมารดาแห่งสรรพชีวิตทั้งปวง                             ฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์หลากสีสัน ประดับด้วยทองคำอย่างวิจิตร&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_dollsofindia3.jpg" alt="รูปภาพบูชาพระศิวะและพระแม่อุมา ขาว-ดำ-ทอง สวยงามแปลกตา" height="438" width="321" /&gt;                          &lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;พระศิวะและพระแม่อุมาเทวี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                   &lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;image from dollsofindia.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;                                                  &lt;/p&gt;&lt;p class="middledetails"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;พาหนะแห่งพระแม่อุมาเทวี                             คือ เสือ อันหมายถึงพลังอำนาจ ความยิ่งใหญ่ และความสง่างาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;            &lt;br /&gt;                   ศาสตราวุธ &lt;/strong&gt;แห่งพระแม่ อุมาเทวีคือ&lt;br /&gt;                   &lt;strong&gt;- ตรีศูล &lt;/strong&gt;เป็น สัญลักษณ์แห่งการปราบปรามสิ่งชั่วร้าย                            และ &lt;strong&gt;&lt;br /&gt;                    - ดาบ &lt;/strong&gt;คือสัญลักษณ์แห่งความเฉียบขาด  เป็นผู้ตัดสิน                            และอยู่เหนือผู้อื่น&lt;/p&gt;                          &lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระแม่อุมาเทวี (เจ้าแม่อุมา) &lt;/strong&gt;มี อวตารอยู่หลายปาง                            ปางที่สำคัญที่สุดอีก 2  ปางจากพระแม่อุมา คือ &lt;strong&gt;ปางพระแม่ทุรคา&lt;/strong&gt;                             (ทุรกา) และ &lt;strong&gt;ปางพระแม่กาลี &lt;/strong&gt;(เจ้าแม่กาลี)                             อ่านได้จากบทความตำนานพระแม่ทุรคาและพระแม่กาลี  ในบทต่อๆไป&lt;/p&gt;                         &lt;p&gt;อีกปางหนึ่งที่อยากแนะนำ  แต่ไม่ค่อยมีคนไทยรู้จัก นั่นคือ                            &lt;strong&gt;ปางพระแม่อุมาตากี &lt;/strong&gt;คือการอวตารของพระแม่อุมาเทวี                             ที่รวมเอาพระแม่อีก 2 พระองค์เข้าไว้ด้วย คือ พระแม่อุมา                             พระแม่ลักษมี พระแม่สรัสวดี ได้อวตารรวมเป็นร่างเดียวกัน                             เหมือนกับพระตรีมูรติ  นิยมนับถือกันในหมู่ผู้นับถือนิกายศักติ                             หรือนิกายที่นับถือเฉพาะเทพสตรีทั้ง 3 พระองค์ว่ายิ่งใหญ่เหนือกว่า                             &lt;strong&gt;พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ&lt;/strong&gt;  อันเป็นเทพบุรุษสูงสุดแห่งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1717569665111288205-3607929850835841290?l=paravatee.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/3607929850835841290'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/3607929850835841290'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/2009/09/blog-post.html' title='พระแม่อุมาเทวี  เทวีแห่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205.post-4869980124670487301</id><published>2010-04-26T18:18:00.000-07:00</published><updated>2011-04-21T18:34:42.934-07:00</updated><title type='text'>วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.nightsiam.com/forum/index.php?PHPSESSID=d7j2m0kqf9nqm3usinjlk15eg5&amp;amp;action=dlattach;topic=2244.0;attach=8461;image"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 484px; height: 363px;" src="http://www.nightsiam.com/forum/index.php?PHPSESSID=d7j2m0kqf9nqm3usinjlk15eg5&amp;amp;action=dlattach;topic=2244.0;attach=8461;image" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;img src="http://www.nightsiam.com/forum/index.php?PHPSESSID=d7j2m0kqf9nqm3usinjlk15eg5&amp;amp;action=dlattach;topic=2244.0;attach=8459;image" alt="" border="0" width="260" height="182" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)&lt;br /&gt;จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือ วัดแขกสีลม วัดของทางศาสนาฮินดูที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บูชาพระอุมาเทวี ชายาของพระศิวะ วัดแขกนี้คาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย ร.5 ราว พ.ศ. 2453-2454 โดยคณะชาวอินเดียใต้ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทยนานแล้ว เมื่อนายไวตีฯ และญาติมิตรที่ตั้งบ้านเรือนอยู่บนถนนสีลมมี ศรัทธาจัดสร้างวัดเพื่อเป็นที่บูชาพระอุมา ตามลัทธิศักติทางศาสนาฮินดู คณะกรรมการอาทิ นายไวตรีประเดียอะจิ นายนารายเจติ นายโกบาระตี ได้ขอแลกที่ดินของพวกตนกับสวนผักของนางปั้น อุปการโกษากร มีเจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวีเป็นประธานองค์เทพและเทพี (เทวี) ต่าง ๆ ได้นำมาจากประเทศอินเดีย รวมทั้งพระพิฆเนศวรองค์หนึ่งซึ่งคตินิยมของพราหมณ์ฮินดูตอนใต้ถือว่าทรงเป็นเทพที่รักษาพรหมจรรย์ตลอดกาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.nightsiam.com/forum/index.php?PHPSESSID=d7j2m0kqf9nqm3usinjlk15eg5&amp;amp;action=dlattach;topic=2244.0;attach=8460;image" alt="" border="0" width="276" height="420" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;สถาปัตยกรรมของวัดเป็นศิลปะโบราณของอินเดียตอนใต้ผสมผสานกัน ระหว่างสมัยโจฬะและปาละ ในอินเดียจะพบได้ในเทวาลัยตอนใต้ของประเทศโดยเฉพาะในรัฐทมิฬนาดู ภายในมีองค์พระแม่ศรีมหามารีอัมมันประดิษฐาน เป็นเทพ ประธานอยู่กลางโบสถ์แวดล้อมด้วยพระพิฆเนศ พระขันธ์กุมาร พระศิวะ พระกฤษณะ พระวิษณุ พระแม่ลักษมี และพระแม่กาลี มีเทวาลัยขนาดเล็กบริเวณกลางลานเทวสถาน ภายในเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัดพระศรีมหาอุมาเทวีเป็นวัดนิกายที่ผู้ก่อตั้งนับถือว่าเป็น ศักติ คือนับถือเทพสตรีเป็นหลัก เทพสตรีอย่าง พระศรีมหาอุมาเทวี หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า เจ้าแม่อุมา นั้น เป็นพระมเหสีของ พระอิศวร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น พระผู้ทำลาย ถือได้ว่าเมื่อยามที่พระองค์ทรงเสวยร่างเป็นเจ้าแม่อุมา จะเป็นเจ้าแห่งความเมตตากรุณา และงามสง่า ดังนั้นผู้มีจิตศรัทธาจึงนิยมไปกราบไหว้บูชา และขอพร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความรัก และ เรื่องการขอบุตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/df/Bangkok_hindu_temple.JPG"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 240px; height: 320px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-a-9LJvenTgE/TbDYtLVB-QI/AAAAAAAAAWU/tPsNLixNugw/s320/Bangkok.JPG" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5598212607468239106" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 11 รวม 9 วัน 9 คืนนั้น เป็นเป็นช่วงเวลาของเทศกาลดูเซร่า หรือนวราตรี ของชาวฮินดู ซึ่งเป็นงานแห่พระแม่อุมา และเชื่อกันว่าในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่พระแม่และขบวนเทพจะเสด็จมายังโลกเพื่อประทานพรให้กับมนุษย์&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1717569665111288205-4869980124670487301?l=paravatee.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/4869980124670487301'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/4869980124670487301'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/2010/04/blog-post.html' title='วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-a-9LJvenTgE/TbDYtLVB-QI/AAAAAAAAAWU/tPsNLixNugw/s72-c/Bangkok.JPG' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205.post-5394775522888715934</id><published>2009-09-20T20:23:00.000-07:00</published><updated>2011-05-10T03:47:58.062-07:00</updated><title type='text'>รูปบูชาพระแม่อุมาเทวี</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หน้า 1 - &lt;a href="http://paravatee.blogspot.com/2009/05/blog-post.html"&gt;2 &lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img style="cursor: -moz-zoom-out; width: 497px; height: 686px;" alt="http://www.hinduthai.com/siamganesh/dataphotoganesh/picture/0044_0.gif" src="http://www.hinduthai.com/siamganesh/dataphotoganesh/picture/0044_0.gif" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/124/50124/images/53.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket6.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 369px; height: 461px;" src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket6.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_shilpprocess.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 343px; height: 459px;" src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_shilpprocess.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket12.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 373px; height: 556px;" src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket12.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_asiantribune.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 350px; height: 464px;" src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_asiantribune.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.tarotmate.com/images/1205818597/aumatavee.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 353px; height: 539px;" src="http://www.tarotmate.com/images/1205818597/aumatavee.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1717569665111288205-5394775522888715934?l=paravatee.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/5394775522888715934'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/5394775522888715934'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/2009/09/blog-post_7820.html' title='รูปบูชาพระแม่อุมาเทวี'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205.post-6009737611468873494</id><published>2009-09-20T20:22:00.001-07:00</published><updated>2011-04-21T18:11:05.011-07:00</updated><title type='text'>คาถาบูชาพระแม่อุมาเทวี</title><content type='html'>&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket13.jpg" width="262" height="348" /&gt;&lt;br /&gt;          &lt;br /&gt;              &lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_dollsofindia2.jpg" alt="งานศิลปะภาพเขียนพระแม่อุมาและพระศิวะอันวิจิตร" width="266" height="359" /&gt;&lt;br /&gt;              &lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;image from dollsofindia.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="unnamed3"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="middledetails"&gt;                &lt;br /&gt;                มีหลายบท ให้เลือกสวดบทใดบทหนึ่ง (หรือสวดทั้งหมด)&lt;br /&gt;            &lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;                 ข้อควรจำ :&lt;/span&gt; ก่อนการสวดบูชาพระแม่อุมาเทวี จะต้องสวดมนต์ต่อ&lt;a href="http://balganeshsiam.blogspot.com/2009/09/blog-post.html?utm_source=BP_recent"&gt;พระพิฆเนศ&lt;/a&gt;ก่อนเสมอ&lt;/p&gt;&lt;p class="middledetails"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม เจ มาตา กี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม ชยะ มาตา กี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม ไชย มาตา กี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม ชยะ ศรี ปารวตี มาตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม ไจ มาตา ปารวตี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม มหาอุมาเทวี นมัส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม มหาศักติ ปารวตี มาตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม ศรี มหาอุมาเทวี นะมะฮา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม ตัสสะ ปารวตี กาลี ทุรคา เจ นะมะฮา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม ตัสสะ ปารวตี กาลี ทุรคา ปิยัง มะมะ&lt;br /&gt;ทุติยัมปิ ตัสสะ ปารวตี กาลี ทุรคา ปิยัง มะมะ&lt;br /&gt;ตะติยัมปิ ตัสสะ ปารวตี กาลี ทุรคา ปิยัง มะมะ&lt;br /&gt;(คาถาบูชาทั้งพระแม่อุมา พระแม่กาลี พระแม่ทุรคา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- โอม โรคานา เศษานะปะฮัมสิดุษฎา&lt;br /&gt;รุษตาตุกะมาน สะกะลานาภีษะตาน&lt;br /&gt;ตวามา ศะริตานาม นาวิปันนรานาม&lt;br /&gt;ตวามา ศะริตาฮาทยา ศรยาตาม ประยานติ ฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong style="font-weight: bold;"&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;----------&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;บทขอพรพระแม่อุมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;โอม...โรคานนะเศษานะปะหัมสิ ดุษฏา รุษฏา ตุ กามาน สะกะลานะภีษะฏาน ตะวามาศรีตานาม นะ วิปันนะรานาม ตะวามาศรีตา หยา ศระยะตาม ปะระยานติิิ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1717569665111288205-6009737611468873494?l=paravatee.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/6009737611468873494'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/6009737611468873494'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/2009/09/blog-post_5308.html' title='คาถาบูชาพระแม่อุมาเทวี'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205.post-7513494646500602140</id><published>2009-09-20T20:21:00.001-07:00</published><updated>2009-09-20T20:21:56.019-07:00</updated><title type='text'>การบูชาพระแม่อุมา</title><content type='html'>&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati3.jpg" width="321" height="441" /&gt;                   &lt;br /&gt;                  &lt;span style="color:#990000;"&gt;&lt;strong&gt;รูปบูชาพระแม่อุมาที่พบเห็นได้ทั่วไป&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="unnamed3"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="middledetails"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;                    &lt;br /&gt;                    &lt;/span&gt;โต๊ะ&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;แท่นบูชา &lt;/strong&gt;สำหรับพระแม่อุมาเทวี                      ควรปูด้วย &lt;strong&gt;ผ้าสีขาว สีทอง สีแดง สีเงิน&lt;/strong&gt; (หากไม่มีผ้าสำหรับปู                      สามารถใช้สีทาได้)&lt;/p&gt;                   &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดอกไม้ที่พระองค์โปรด&lt;/strong&gt; คือ ดอกไม้ที่มี &lt;strong&gt;สีเหลือง&lt;/strong&gt;                      และ &lt;strong&gt;สีแดง &lt;/strong&gt;โดยเฉพาะ &lt;strong&gt;ดอกดาวเรือง ดอกกล้วยไม้                      ดอกกุหลาบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;                   &lt;p&gt;ควรมี &lt;strong&gt;ธูปหอม&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;กำยาน&lt;/strong&gt;                      ไว้จุดเพื่อถวายกลิ่นหอมด้วย และสามารถใช้&lt;strong&gt; เตาน้ำมันหอม&lt;/strong&gt;                      (แบบอโรม่า) เติมน้ำมันหอมระเหยแล้วจุดเพื่อถวายกลิ่นหอมได้เช่นกัน&lt;/p&gt;                   &lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทศกาลสำคัญแห่งการบูชาพระแม่อุมาเทวี&lt;/strong&gt; คือ&lt;strong&gt;                      เทศกาลนวราตรี &lt;/strong&gt;ตรงกับวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 11 จะมีการประกอบพิธีกรรมบูชาพระแม่อุมาเทวีในอวตารต่างๆ                      โดยเฉพาะในประเทศอินเดียจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ไม่แพ้เทศกาลคเณศจตุรถี                      มีการถวายเครื่องสังเวยอย่างอลังการ สรงน้ำองค์เทวรูป สวดมนต์บูชาตลอดวันตลอดคืน                      มีการแห่องค์เทวรูปพระแม่อุมาไปรอบโบสถ์และรอบเมือง ผู้บูชาจะต้องทานอาหารมังสวิรัติ                      ผู้เคร่งครัดการบำเพ็ญจะถือศีลอดตลอดระยะเวลา 9 วัน&lt;/p&gt;                   &lt;p&gt;&lt;strong&gt;อาหารที่ถวาย &lt;/strong&gt;ควรเป็นขนมที่มีรสชาติมัน ปราศจากเนื้อสัตว์                      และไม่มีกลิ่นหอมแรงเกินไป สามารถนำขนมโมทกะ หรือขนมลาดู (ขนมชนิดเดียวกับที่ถวายพระพิฆเนศ)                      มาถวายก็ได้เช่นกัน &lt;strong&gt;ตลอดจนผลไม้ และธัญพืชทุกชนิด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1717569665111288205-7513494646500602140?l=paravatee.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/7513494646500602140'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/7513494646500602140'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/2009/09/blog-post_1112.html' title='การบูชาพระแม่อุมา'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205.post-5310057984641273121</id><published>2009-09-20T20:18:00.000-07:00</published><updated>2011-04-21T18:54:21.432-07:00</updated><title type='text'>กำเนิดพระอุมาเทวี (ชายาแห่งพระมหาศิวะเทพ)</title><content type='html'>&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_dollsofindia4.jpg" alt="พระพิฆเนศ โอรสแห่งพระแม่อุมา และพระศิวะมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ในจักรวาล" width="283" height="382" /&gt;&lt;br /&gt;                             &lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;span class="middledetails"&gt;&lt;strong&gt;พระศิวะ                                พระแม่อุมา และ&lt;a href="http://balganeshsiam.blogspot.com/2000/12/blog-post.html"&gt;พระพิฆเนศ&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                             &lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;image                                from dollsofindia.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;                                                             &lt;p class="middledetails"&gt;&lt;span class="unnamed3"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;กำเนิดพระอุมาเทวี&lt;br /&gt;                               (ชายาแห่งพระมหาศิวะเทพ)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;                             &lt;br /&gt;                               กล่าวต่อจากเนื้อหาที่พระนางสตีที่ได้สละชีวิตของพระนาง                                  &lt;/strong&gt;เพื่อ ปกปัองศักดิ์ศรีแห่งพระศิวะเทพผู้สวามี ด้วยการใช้ไฟเผาไหม้ร่างกายตนจนสิ้นชีพ ในการต่อมา พระศิวะเทพจึงได้เข้าสู่การบำเพ็ญสมาธิ โดยมิได้ติดต่อผู้ใดเป็นระยะเวลานาน จนบรรดาทวยเทพทั้งหลายพากันเป็นห่วงถึงจักรวาล จึงได้รวมกันไปเข้าเฝ้าพระวิษณุเทพเพื่อขอให้หาหนทางแก้ไขเรื่องดังกล่าว ชึ่งพระองค์ก็ได้กล่าวว่าคงต้องช่วยกันนั่งสมาธิส่งจิตถึงพระแม่ศักดิ-ศิวา ขอให้พระองค์ทรงอวตารแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์อีกครั้ง เพื่อให้พระศิวะทรงออกจากสมาธิกลับมาปกครองจักรวาลแห่งนี้&lt;br /&gt;                             &lt;br /&gt;                               &lt;strong&gt;พระอุมา &lt;/strong&gt;จึงถือกำเนิดในคืนที่                                  9 เดือนมธุ (มีนาคม-เมษายน) ตั้งแต่แรกเกิดพระอุมาทรงเป็นที่รักยิ่งของทุกๆ                                  คน จึงได้นามว่าพระปารวตี... ต่อมาเมื่อเติบใหญ่                                  พระอุมามีความตั้งใจยิ่งที่จะออกบำเพ็ญพรต เมื่อได้ศึกษาวิชาจากพระอาจารย์ต่างๆ                                  &lt;strong&gt;จนชำนาญเก่งกาจมีความสามารถระลึกชาติได้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;(เมื่อเยาว์วัย พระฤาษีนารทได้ทำนายชะตาไว้ว่า                                พระอุมานั้นทรงมีลักษณะมงคลยิ่งนักและจะนำความสุขมาสู่ครอบครัว                                &lt;strong&gt;คู่ครองของพระนางจะมีลักษณะเป็นโยคีนุ่งห่มหนังเสือหนังช้าง!!&lt;/strong&gt;)                                ดังนี้แล้ว ท้าวหิมวัตและพระนางเมนกาตระหนักดีว่าการทำนายของพระฤาษีนารท                                (พระฤาษีนารอด) แม่นยำยิ่งนัก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีหนทางใดที่จะนำพระอุมา                                ธิดาแห่งตนให้พบกับพระศิวะเทพได้ ด้วยว่าพระศิวะเทพทรงอยู่ในระหว่างการบำเพ็ญตนเข้าสมาธิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket9.jpg" alt="ภาพบูชาแบบโบราณ พระพิฆเนศในปางพาลคเณศ (ปางเด็ก) พร้อมกับพระศิวะและพระแม่อุมาเทวี" width="297" height="425" /&gt;                                &lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;                             พระแม่อุมา &lt;a href="http://balganeshsiam.blogspot.com/2000/12/blog-post.html"&gt;พระพิฆเนศ&lt;/a&gt; พระศิวะ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                             &lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;image                                from photobucket.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;                                                             &lt;p class="middledetails"&gt;&lt;strong&gt;แต่ก็ด้วยวาสนาของการเป็นคู่ครองกันในอดีตชาติ                                  &lt;/strong&gt; ในช่วงเวลาที่พระศิวะทรงเสด็จไปยังดินแดนอิษชิปรัสกะเพื่อทำสมาธิ                                  ท้าวหิมวัตจึงทรงเสด็จเข้าเฝ้า กล่าวสรรเสริญขออุทิศตนเป็นทาสรับใช้ของพระศิวะเทพ                                  จนพระองค์พอพระทัยยิ่งจึงลืมพระเนตรออกจากสมาธิ                                  และกล่าวขอให้ท้าวหิมวัตช่วยจัดสถานที่นั่งสมาธิ                                  ณ คงคาวัตวัณในแคว้นหิมาลัย และสั่งห้ามมิให้ใครเข้ามารบกวนในที่นั่นเป็นเด็ดขาด                                  ท้าวหิมวัตจึงได้ทำตามพระประสงค์ จนรุ่งเช้าท้าวหิมวัตจึงพาพระอุมาให้นำผลไม้ถวายต่อพระศิวะ                                  พร้อมทั้งกล่าวว่าขอให้พระองค์ทรงรับพระประวัติเป็นข้ารับใช้ด้วย                                  เมื่อพระศิวะลืมพระเนตร เห็นความงดงามของพระอุมา                                  จึงเกิดความรักและพอพระทัยยิ่งนัก แต่ก็ทรงหักพระทัยเข้าสู่สมาธิโดยทันที&lt;/p&gt;                               &lt;p&gt;เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ท้าวมหิมวัตจึงสวดอ้อนวอน                                  เพื่อให้พระศิวะลืมพระเนตรอีกครั้งและกล่าวว่าในทุกๆ                                  วันตนและบิดาจะมาเป็นผู้เคารพบูชาพระองค์ พระศิวะจึงกล่าวตอบกับท้าวหิมวัตว่า                                  เหตุที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการบำเพ็ญสมาธิคือสตรี                                  ซึ่งผู้บำเพ็ญตนที่ดีอาจถูกทำลายสมาธิลงได้ สตรีคือฐานแห่งความรักใคร่ความสำราญ                                  สตรีจะเป็นผู้ทำลายสิ้น&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="middledetails"&gt;&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket14.jpg" alt="พระศิวะกำลังเป่าสังข์ ปรากฎคู่กับพระแม่อุมา" width="292" height="361" /&gt;                                  &lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;                               พระศิวะเทพเคียงคู่พระแม่อุมาเทวี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                               &lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;image                                  from photobucket.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="middledetails"&gt;&lt;strong&gt;พระอุมาจึงกล่าวแสดงความเคารพต่อองค์ศิวะ                                  และทูลอย่างสุภาพว่า พระศิวะคือจ้าวแห่งสมาธิกรรมูฐานเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดแห่งจักรวาล                                  &lt;/strong&gt; ไม่มีการโอนเอนต่อพลังที่เหนือธรรมชาติ แล้วใยจึงเกรงกลัวต่อสตรีอย่างพระนางด้วย พระศิวะเมื่อได้ฟังจึงต้องยอมจำนนกับคำโต้ตอบ และได้อนุญาตให้พระอุมาและสหายของพระนางเข้าออกได้ เพื่อรับใช้ตามที่ต้องการ ส่วนพระอุมา ก็ได้เข้ารับใช้มหาเทพด้วยการล้างพระบาทและดื่มน้ำนั้นเป็นประจำ ถวายการรับใช้อย่างไม่ย่อท้อ พร้อมทั้งขับกล่อมบทเพลงแสดงความเคารพต่อพระศิวะเรื่อยมา&lt;br /&gt;                             &lt;br /&gt;                               พระศิวะเทพปฏิบัติสมาธิด้วยโดยปฏิญาณไว้ว่า ผู้ที่จะเป็นคู่ครองจะต้องเป็นโยคินีด้วย                                  จึงจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติ ฝ่ายฤาษีนารท                                  จึงแนะนำให้พระอุมาบำเพ็ญตนที่คงคาวัตวัณเป็นเวลาสามพันปีเทพ                                  โดยฤดูร้อนให้ก่อไฟรายล้อม และสวด "โอม นะมัส                                  ศิวายะ" ส่วนในฤดูฝนให้นั่งบนผืนดินปล่อยให้กายชุ่มน้ำฝน                                  และให้สำรวมจิตเป็นที่ตั้ง ในฤดูหนาวให้ประทับในน้ำเพื่อทำสมาธิต่อพระศิวะ                                  ปีแรกให้ทานผลไม้ ปีต่อมาเป็นผักและใบไม้ ปีที่สามอดอาหารและทำสมาธิอย่างเดียว&lt;/p&gt;&lt;strong&gt;สิ่งที่พระอุมาปฏิบัตินี้                                พระศิวะเทพผู้มองเห็นการกระทำจึงพอพระทัยนักในฐานะโยคินี                                &lt;/strong&gt; แต่พระองค์ต้องพิสูจน์ในความมั่นคงของพระอุมาด้วย จึงให้ฤๅษีเข้าทำลายความตั้งมั่นของพระอุมา ฝ่ายพระอุมาก็ทรงยึดมั่นต่อพระศิวะมิอาจเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของตนลงได้ จนพระศิวะแปลงเป็นพราหมณ์เฒ่ามากล่าวด้วยวาจาต่างๆ เพื่อให้จิตใจสั่นคลอน แต่ก็มิเป็นผล สุดท้ายพราหมณ์เฒ่าจึงกลับกลายเป็นพระศิวะเทพต่อหน้าพระอุมา และกล่าวคำรับนางเป็นคู่ครอง และได้เข้าสู่พิธีอภิเษกสมรส &lt;strong&gt;พระศิวะและพระแม่อุมาจึงเป็นเทพคู่ครองกันแต่นั้นเป็นต้นมา...&lt;br /&gt;                           &lt;br /&gt;                             &lt;/strong&gt;                               &lt;hr /&gt;                               &lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt; ขอขอบคุณ : หนังสือเทพบูชาอย่างไรให้ใจเป็นสุข&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;                             โดย : ษรวัฒน์ / ราคาจำหน่าย 108 บาท / คณะบุคคลประกายพฤกษ์&lt;br /&gt;                             หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1717569665111288205-5310057984641273121?l=paravatee.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/5310057984641273121'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/5310057984641273121'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/2009/09/blog-post_6899.html' title='กำเนิดพระอุมาเทวี (ชายาแห่งพระมหาศิวะเทพ)'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205.post-2648955059274928645</id><published>2009-09-20T20:08:00.001-07:00</published><updated>2009-09-20T21:24:17.717-07:00</updated><title type='text'>ตำนานพระแม่อุมาเทวี</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket16.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 374px; height: 498px;" src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket16.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;ภาพเขียนสำหรับบูชาพระแม่อุมาอันงดงาม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="small"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;           &lt;br /&gt;ตามตำนานโบราณกล่าวกันว่า &lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;"พระแม่อุมา                          " &lt;/strong&gt;นั้นแต่เดิมเกิดขึ้นจากการที่พระศิวะใช้พระหัตถ์ข้างขวาลูบเบาๆ                          ที่กลางพระอุระ พระแม่อุมาจึงจุติขึ้นกลางทรวงอกของพระศิวะ                          บ้างก็กล่าวไว้ว่าพระแม่อุมาเทวีเป็นธิดาของ &lt;strong&gt;ท้าวหิมวัต                          &lt;/strong&gt;และ &lt;strong&gt;พระนางเมนกา &lt;/strong&gt;เทพผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขาหิมาลัย                          แต่ในบางคัมภีร์กล่าวไว้ว่าพระอุมาเป็นธิดาของ &lt;strong&gt;พระทักษะประชาบดี                          &lt;/strong&gt; และเป็นพี่น้องกับ &lt;strong&gt;พระแม่คงคา&lt;/strong&gt;                          (พี่สาวของพระแม่อุมา) พระอุมาในภาคนั้นมีพระนามว่า &lt;strong&gt;พระสตี                          &lt;/strong&gt;เป็นชายาของ &lt;strong&gt;พระมุนีภพ&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;พระศิวะ                          &lt;/strong&gt;อีกภาคหนึ่ง&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;                    &lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;เรื่องราวในตอนนี้คงเป็นตอนก่อนกำเนิดเป็นพระแม่อุมาเทวี                          ซึ่งได้ปรากฏเป็นเรื่องเล่าขานกัน เริ่มต้นจากความจงรักภักดีด่อพระสวามี                          (พระศิวะ) โดยพระนางได้ใช้อิทธิฤทธิ์บันดาลให้ไฟเผาไหม้ตนเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;                    ซึ่งกล่าวไว้ว่า &lt;strong&gt;พระศิวะ&lt;/strong&gt; ทรงอวตารลงมาในภาคของ                          &lt;strong&gt;มุนีภพ &lt;/strong&gt;แต่ก็ด้วยความที่พระองค์ทรงแปลงร่างอวตารลงมาในชุดนุ่มห่มแบบปอนๆ                          มอซอ และมีสังวาลสวมคอเป็นประคำโดยนำกระดูกมาร้อยต่อกัน                          ไว้ผมหนวดเครารุงรัง ชอบนอนตามป่าช้า ร่างกายมีกลิ่นตัวเหม็นสาบ                          (แตกต่างจากการแบ่งภาคอื่นๆ) ทั้งนี้ก็เพื่อเสริมสร้างบารมี                          ด้วยการบำเพ็ญตน บำเพ็ญตบะ ซึ่งกาลต่อมาด้วยบุญกรรมที่สร้างสมกันมาแต่ก่อน                          ทำให้พระนางสตีมองเห็นรูปกายที่แท้จริงว่าพระมุนีภาพองค์นี้ก็คือ                          ภาคหนึ่งแห่งองค์พระศิวะผู้เป็นผู้ใหญ่ในสามโลก พระนางสตีจึงตกลงใจอยู่คอยรับใช้ดูแลในฐานะชายา                          ฝ่ายพระทักษะประชาบดีมิได้เห็นด้วยกับความคิดของพระนางสตีนัก                          แต่ก็มิได้ขัดขวางแต่ประการใด ก็มีความคิดที่มาได้ไม่ชอบใจในตัวของพระมุนีภพเลย                          กลับแสดงความรังเกียจในการกระทำ ทั้งรูปร่าง การแต่งกายของพระมุนีภพมาโดยตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_shreenathadham_org.jpg" alt="การบูชาพระแม่อุมาเทวี ประกอบด้วยผลไม้ ดอกไม้ ธูปเทียนและกำยาน" width="322" height="423" /&gt;&lt;br /&gt;                     &lt;span class="middledetails"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;รูปบูชาพระแม่อุมา                          ทรงเสือพาหนะ &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;image from dollsofindia.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;                      &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระทักษะประชาบดีนั้นมีพระธิดามากมายนัก                            และก็มากด้วยราชบุตรเขยเช่นกัน เป็นต้นว่า &lt;strong&gt;พระจันทร์                            พระยมราช &lt;/strong&gt; และพระมุนีอีกจำนวน 11 องค์ ซึ่งล้วนแต่มีอิทธิฤทธิ์บารมีทั้งสิ้น                        &lt;br /&gt;                   &lt;br /&gt;                       ฝ่ายบรรดาราชบุตรเขยต่างๆ ก็คอยเอาอกเอาใจผู้เป็นพ่อตาอยู่เป็นนิจตลอดมา                            เว้นก็แต่พระมนีภพผู้เป็นสวามีพระนางสตีเท่านั้น ที่ไม่เคยเข้ามาเอาใจเลย                            จึงเป็นเหตุผลอีกกรณี ที่ทำให้พระทักษะประชาบดียิ่งไม่พอใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก&lt;br /&gt;                   &lt;br /&gt;                       จนกระทั่งวันหนึ่งพระทักษะประชาบดีต้องการจัดพิธียัญกรรม                            โดยพิธีการนี้ได้เชิญเหล่าเทพต่างๆ บนสวรรค์ พร้อมทั้งเหล่าราชบุตรเขยเข้าร่วมในพิธีกรรมนี้ทุกองค์                            แต่ก็ยกเว้นพระมุนีภพเพียงพระองค์เดียว ที่ไม่ได้ให้เข้าร่วมพิธียัญกรรมในครั้งนี้ด้วย                            ด้านพระนางสตีเมื่อได้ฟังดังนั้น จึงเข้าสอบถามกับผู้เป็นบิดาถึงเรื่องนี้                            ว่ามีเหตุอันใดจึงไม่เชิญพระสวามีของตนให้เข้าร่วมพิธียัญกรรม                            ฝ่ายผู้เป็นพ่อแรกๆ ก็กล่าวถึงการกระทำ การแต่งกายของพระมุนีภพว่าไม่เหมาะสมและพูดจาดูหมิ่น                            ดูถูกพระมุนีภพในทางที่เสียหาย ซึ่งทุกสิ่งที่กล่าวได้กระทำต่อหน้าราชบุตรเขยองค์อื่นๆ                            ที่มาร่วมในงานนี้ แต่พระนางสตีก็อ้อนวอนต่อบิดา ให้พระสวามีของตนได้เข้าร่วมในพิธีนี้                            จนพระทักษะประชาบดีเกิดความรำคาญเป็นยิ่งนัก จึงกล่าววาจาด้วยเสียงอันดัง                            ต่อหน้าผู้เข้ามาร่วมในพิธีด้วยความดูหมิ่น รังเกียจต่อพระมุนีภพยิ่งนัก                            จนในที่สุดพระนางสตีผู้จงรักภักดีต่อสวามีของตน สุดที่จะทนต่อไปได้                            ในวาจาที่รับฟังจากพระบิดาตนเองที่กล่าวประจานพระมุนีต่อหน้าผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_dollsofindia5.jpg" alt="พระแม่อุมา ในอดีตกาลปางก่อน คือพระแม่สตี" width="295" height="202" /&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;                         &lt;span class="middledetails"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;พระแม่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;สตี                            ถวายการเคารพบูชาแด่พระศิวะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;พระนางสตีจึงตัดสินพระทัยแสดงอิทธิฤทธิ์                            เปล่งแสงเปลวไฟอันร้อนแรงจากภายในกาย จนเผาตนเองมอดไหม้ต่อหน้าพระบิดาและผู้ร่วมพิธี                            จนสิ้นชีพในที่สุด (บางคัมภีร์กล่าวไว้ว่าพระนางสตีกระโดดเข้ากองไฟในพิธี)&lt;br /&gt;                       &lt;br /&gt;                         ฝ่ายพระศิวะในภาคพระมุนีภพ เมื่อได้ฟังคำเล่าบอกจาก &lt;strong&gt;พระฤๅษีนารท                            (ฤาษีนารอด) &lt;/strong&gt;ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระชายาของพระองค์ทรงเศร้าเสียใจเป็นที่สุด                            จากความเศร้าที่ทรงมีอยู่นั้น จึงทรงดึงเส้นผมออกมาปอยหนึ่ง                            ก็บังเกิดเป็นอสูรร่างกายใหญ่โต มีฤทธิ์เดชมากมาย มีพันเศียร                            พันกร สวมประคำหัวกระโหลกและงู นามว่า&lt;strong&gt; อสูรวีรภัทร                            &lt;/strong&gt;บางคัมภีร์กล่าววาอสูรวีรภัทรนี้แบ่งภาคโดยออกจากพระโอษฐ์ของพระศิวะ&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_4to40_2.gif" width="395" height="262" /&gt;&lt;img src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_dollsofindia.jpg" alt="พระแม่อุมา หรือเจ้าแม่อุมา ผู้เป็นชายาแห่งพระศิวะเทพ กำลังถวายการบูชาศิวลึงก์ อันเป็นตัวแทนแห่งพระศิวะ" width="366" height="262" /&gt;                        &lt;br /&gt;                       &lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;image from 4to40.com                          &amp;amp; dollsofindia.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="small"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;                       แล้วพระศิวะจึงได้สั่งให้อสูรวีรภัทรไปยังพิธีที่จัดขึ้นและให้ทำลายพิธีนั้นให้สิ้นในที่สุด                          ฝ่ายอสูร วีรภัทรเมื่อรับฟังคำสั่งจึงตรงไปยังพิธีทันที พร้อมด้วยเหล่าสมุนยักษนับถัน เมื่อไปถึงจึงเข้าอาระวาดทำลายพิธี และบรรดาเทพทั้งหลายที่มาร่วมงานต่างก็หลบหนีทันบ้างไม่ทันบ้าง ก็พากันบาดเจ็บล้มตายไปมากมาย โดยอสูรวีรภัทร เมื่อทำลายพิธีแล้ว จึงได้ประกาศในพิธีว่า นี่คือโทษที่ต้องได้รับจากพระศิวะ ส่วนพระทักษะประชาบดีบิดาของพระสตีได้ถูกอสูรวีรภัทรพ่นไฟใส่พระเศียรจน ขาดกระเด็นมอดไหม้เป็นจุล และเมื่อหัวขาดแล้วอสูรวีรภัทรจึงนำหัวนั้นโยนเข้ากองไฟมอดไหม้ไปด้วยความ แค้นที่ดูหมิ่นในศักดิ์ศรีของพระศิวะ เมื่อทกอย่างเสร็จตามคำบัญชาของพระศิวะ อสูรวีรภัทรพร้อมสมุนยักษ์จึงยกทัพกลับไปเข้าเฝ้าพระศิวะดังเดิม อสูรวีรภัทร พร้อมสมุนยักษ์จึงทัพกลับไปเข้าเฝัาพระศิวะดังเดิม&lt;br /&gt;                 &lt;br /&gt;                     เหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าเทพทั้งหลาย รวมถึงบรรดาราชบุตรเขยที่รอดชีวิตมาได้                          พากันไปขอความช่วยเหลือจาก &lt;strong&gt;พระพรหม &lt;/strong&gt;เพื่อ ให้ทรงแนะหาทางแก้ไขว่าควรจะทำเช่นไรจึงจะทุเลาความโกรธกริ้วของพระศิวะได้ เพื่อไม่ให้โลกถูกทำลายลงไป เพราะพระศิวะเป็นเทพผู้ทำลาย พระพรหมเมื่อได้ฟังแล้วจึงได้นำเหล่าเทพทั้งหลายนั้นไปเข้าเฝ้าพระศิวะที่ เขาไกรลาส เพื่อขอความเห็นใจและขมาในสิ่งที่เกิดขึ้น จนในที่สุดการเจรจาพูดคุยกันนั้น พระศิวะจึงยอมสงบศึกพร้อมกับช่วยชุบชีวิตเหล่าเทพที่ได้เสียชีวิตใน เหตุการณ์ครั้งนั้น ทั้งนี้การชุบชีวิตนั้นก็รวมถึงพระทักษะประชาบดีผู้เป็นพ่อตาของพระองค์ด้วย แต่เศียรที่มอดไหม้ไปนั้นมิได้ทรงนำมาคืนให้ พระองค์ได้นำหัวแพะมาต่อให้กับพระทักษะประชาบดี เพื่อแสดงให้เหล่าเทพทั้งหลายได้เห็นความโง่ของพระทักษะประชาบดี แม้แต่รูปกายภายนอกจะเป็นเช่นไร ก็ไม่สมควรดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยามผู้นั้นโดยมิได้ดูถึงเนื้อแท้และการกระทำ ที่ดีของเขาเลย &lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดีแล้ว พระศิวะจึงมุ่งไปบำเพ็ญตบะ                            บำเพ็ญตนเป็นมุนีต่อในป่าหิมพานต์เพื่ออุทิศกุศลให้กับพระนางสตี ผู้เป็นชายาของพระองค์ต่อไป...&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1717569665111288205-2648955059274928645?l=paravatee.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/2648955059274928645'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/2648955059274928645'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/2009/09/blog-post_20.html' title='ตำนานพระแม่อุมาเทวี'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1717569665111288205.post-1782099076452506974</id><published>2009-05-10T03:35:00.000-07:00</published><updated>2011-05-10T03:47:08.691-07:00</updated><title type='text'>รูปบูชาพระแม่อุมาเทวี</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หน้า &lt;a href="http://paravatee.blogspot.com/2009/09/blog-post_7820.html"&gt;1&lt;/a&gt; - 2&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img style="width: 404px; height: 377px;" alt="http://www.hinduthai.com/siamganesh/dataphotoparvati/picture/0002_0.gif" src="http://www.hinduthai.com/siamganesh/dataphotoparvati/picture/0002_0.gif" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img alt="http://bertarot.files.wordpress.com/2009/03/shiva-pravatri-ganesh.jpg?w=405&amp;amp;h=500" src="http://bertarot.files.wordpress.com/2009/03/shiva-pravatri-ganesh.jpg?w=405&amp;amp;h=500" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img alt="http://www.siamganesh.com/all_gods/shiva/shiva_hinduyuva_org.jpg" src="http://www.siamganesh.com/all_gods/shiva/shiva_hinduyuva_org.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();}  catch(e) {}" href="http://www.montradevi.makewebeasy.com/image/mypic/ScreenHunter_09%20Feb_%2012%2017_41.gif"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 391px; height: 302px;" src="http://www.montradevi.makewebeasy.com/image/mypic/ScreenHunter_09%20Feb_%2012%2017_41.gif" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try  {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket15.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 387px; height: 506px;" src="http://www.siamganesh.com/all_gods/parvati/parvati_photobucket15.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1717569665111288205-1782099076452506974?l=paravatee.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/1782099076452506974'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1717569665111288205/posts/default/1782099076452506974'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paravatee.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='รูปบูชาพระแม่อุมาเทวี'/><author><name>phd</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/__ZHbXGlLVwc/Sl8v8gnPk_I/AAAAAAAAAG0/UWuE1bJqktE/S220/healthapple.80x80.png'/></author></entry></feed>
